คู่มือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิฉบับมือใหม่ ตั้งแต่เช็กอินจนขึ้นเครื่อง

การเดินทางด้วยเครื่องบินครั้งแรกอาจทำให้หลายคนกังวล โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ผู้โดยสารจำนวนมาก และมีหลายขั้นตอนก่อนขึ้นเครื่อง

สำหรับมือใหม่ สิ่งสำคัญคือไม่ต้องรีบร้อนจนเกินไป เพียงเตรียมเอกสารให้ครบ มาถึงสนามบินก่อนเวลา ตรวจสอบเที่ยวบิน และทำตามป้ายภายในอาคารตามลำดับ ได้แก่ เช็กอิน ฝากกระเป๋า ตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย ผ่านขั้นตอนตรวจหนังสือเดินทางสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และเดินไปยังประตูขึ้นเครื่อง

บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนการขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแบบละเอียด ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านจนถึงการขึ้นเครื่อง เหมาะสำหรับคนเดินทางครั้งแรก ผู้สูงอายุ ครอบครัว และผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับสนามบินสุวรรณภูมิ

สรุปขั้นตอนขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ขั้นตอนหลักสำหรับผู้โดยสารขาออกมีดังนี้

  1. ตรวจสอบเที่ยวบินและอาคารผู้โดยสาร
  2. เตรียมเอกสารและสัมภาระ
  3. เดินทางถึงสนามบินก่อนเวลา
  4. ตรวจสอบแถวเคาน์เตอร์เช็กอิน
  5. เช็กอินและฝากสัมภาระ
  6. ตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย
  7. ผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทางสำหรับเที่ยวบินต่างประเทศ
  8. ตรวจสอบหมายเลขประตูขึ้นเครื่อง
  9. เดินไปยังประตูขึ้นเครื่อง
  10. รอเรียกขึ้นเครื่องตามลำดับ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระบุขั้นตอนผู้โดยสารขาออกของอาคารผู้โดยสารหลักไว้ตามลำดับ คือ เช็กอิน ตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย ผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทางสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ และเดินไปยังประตูขึ้นเครื่อง

ก่อนออกจากบ้านต้องเตรียมอะไรบ้าง?

การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความสับสนเมื่อเดินทางถึงสนามบิน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางด้วยเครื่องบินเป็นครั้งแรก

เอกสารสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ

ควรเตรียมเอกสารดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง
  • หนังสือเดินทาง หากสายการบินหรือประเภทการเดินทางกำหนด
  • หมายเลขการจองตั๋วเครื่องบิน
  • บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อมูลเที่ยวบิน
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อ หากชื่อบนตั๋วและเอกสารประจำตัวไม่ตรงกัน

ชื่อและนามสกุลบนตั๋วควรตรงกับเอกสารที่ใช้แสดงตน หากพบว่าชื่อผิด ควรติดต่อสายการบินก่อนวันเดินทาง ไม่ควรรอแก้ไขเมื่อถึงสนามบิน

เอกสารสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ

สำหรับเที่ยวบินต่างประเทศ ควรเตรียมเพิ่มเติม ได้แก่

  • หนังสือเดินทางฉบับจริง
  • วีซ่า หากประเทศปลายทางกำหนด
  • ตั๋วเครื่องบินขากลับหรือตั๋วเดินทางต่อ
  • หลักฐานการจองที่พัก
  • แผนการเดินทาง
  • ประกันการเดินทาง
  • เอกสารเข้าเมืองหรือแบบฟอร์มที่ประเทศปลายทางกำหนด
  • เอกสารเกี่ยวกับผู้เยาว์ หากเดินทางโดยไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครอง

ข้อกำหนดการเข้าเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบจากสถานทูต สายการบิน และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางก่อนออกเดินทาง

ควรไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิก่อนกี่ชั่วโมง?

สำหรับการวางแผนทั่วไป สามารถเผื่อเวลาได้ดังนี้

  • เที่ยวบินภายในประเทศ ควรไปถึงสนามบินก่อนเวลาออกประมาณ 2 ชั่วโมง
  • เที่ยวบินระหว่างประเทศ ควรไปถึงสนามบินก่อนเวลาออกประมาณ 3 ชั่วโมง
  • ช่วงเทศกาล วันหยุดยาว หรือเดินทางเป็นกรุ๊ป ควรเผื่อเวลาเพิ่ม
  • ผู้ที่ต้องขอคืนภาษี ฝากสัมภาระพิเศษ หรือใช้บริการพิเศษ ควรไปถึงเร็วกว่าปกติ

เวลาที่ควรไปถึงสนามบินไม่ใช่เวลาเดียวกับเวลาปิดเคาน์เตอร์เช็กอิน แต่เป็นเวลาเผื่อสำหรับรถติด หาที่จอดรถ เดินไปยังเคาน์เตอร์ ต่อคิว ฝากกระเป๋า ตรวจค้น และเดินไปยังประตูขึ้นเครื่อง

เงื่อนไขการปิดรับเช็กอินและรับสัมภาระแตกต่างกันตามสายการบินและเส้นทาง ตัวอย่างเช่น การบินไทยระบุว่าผู้โดยสารระหว่างประเทศควรดำเนินการฝากสัมภาระและตรวจเอกสารตามเวลาที่สายการบินกำหนด โดยข้อมูลของสายการบินระบุกรอบอย่างน้อย 60 นาทีก่อนเที่ยวบินในบางบริการ แต่ผู้โดยสารไม่ควรใช้เวลานี้เป็นเวลามาถึงสนามบิน เพราะยังมีขั้นตอนอื่นอีกหลายรายการ

เช็กก่อนว่าเที่ยวบินออกจากสนามบินไหน

กรุงเทพฯ มีสนามบินหลักมากกว่าหนึ่งแห่ง จึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเที่ยวบินออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่ใช่ท่าอากาศยานดอนเมือง

รหัสสนามบินที่ควรรู้ ได้แก่

  • BKK หมายถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • DMK หมายถึงท่าอากาศยานดอนเมือง

ควรดูรหัสสนามบินในตั๋วโดยสารหรืออีเมลยืนยันการจองทุกครั้ง โดยเฉพาะเที่ยวบินขาไปและขากลับ เพราะบางเส้นทางอาจออกจากคนละสนามบิน

เมื่อถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต้องไปที่ไหน?

ผู้โดยสารขาออกโดยทั่วไปต้องไปยังพื้นที่ผู้โดยสารขาออกของอาคารผู้โดยสารหลัก จากนั้นให้มองหาจอแสดงข้อมูลเที่ยวบิน หรือ Flight Information Display

ข้อมูลที่ควรตรวจสอบบนจอ ได้แก่

  • หมายเลขเที่ยวบิน
  • ชื่อสายการบิน
  • เมืองปลายทาง
  • เวลาออกเดินทาง
  • แถวหรือหมายเลขเคาน์เตอร์เช็กอิน
  • สถานะเที่ยวบิน
  • หมายเลขประตูขึ้นเครื่อง เมื่อมีการประกาศแล้ว

เว็บไซต์สถานะเที่ยวบินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถใช้ค้นหาข้อมูลเที่ยวบินขาออกตามหมายเลขเที่ยวบิน โดยข้อมูลที่สนามบินเผยแพร่ครอบคลุมสายการบิน เคาน์เตอร์เช็กอิน เวลาเดินทาง ประตูขึ้นเครื่อง และสถานะเที่ยวบิน

วิธีดูหมายเลขเที่ยวบินสำหรับมือใหม่

หมายเลขเที่ยวบินมักประกอบด้วยรหัสสายการบินและตัวเลข เช่น TG, FD, VZ, EK หรือ QR ตามด้วยหมายเลขเที่ยวบิน

ตัวอย่างเช่น หากตั๋วระบุเที่ยวบิน TG123 ให้มองหาคำว่า TG123 บนจอ ไม่ควรดูเฉพาะชื่อเมืองปลายทาง เพราะในช่วงเวลาใกล้กันอาจมีหลายเที่ยวบินเดินทางไปเมืองเดียวกัน

หากหาเที่ยวบินไม่พบ ให้ตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้

  • ดูว่ามาถูกวันหรือไม่
  • ตรวจสอบเวลาในตั๋ว
  • ตรวจสอบรหัสสนามบิน
  • ตรวจสอบว่าเป็นเที่ยวบินที่ดำเนินการโดยสายการบินอื่นหรือไม่
  • สอบถามเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์หรือเจ้าหน้าที่สายการบิน

ขั้นตอนที่ 1 เช็กอินและฝากกระเป๋า

การเช็กอินคือขั้นตอนยืนยันว่าผู้โดยสารจะเดินทางในเที่ยวบินนั้น พร้อมรับบัตรขึ้นเครื่องหรือ Boarding Pass

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรองรับการเช็กอินหลายรูปแบบ ได้แก่ เคาน์เตอร์สายการบิน เครื่องเช็กอินด้วยตนเอง การฝากกระเป๋าอัตโนมัติในสายการบินที่รองรับ และการเช็กอินผ่านโทรศัพท์

เช็กอินที่เคาน์เตอร์สายการบิน

เมื่อไปถึงแถวเช็กอินของสายการบิน ให้เตรียมเอกสารไว้ล่วงหน้า เช่น

  • บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
  • หมายเลขการจอง
  • เอกสารวีซ่า
  • เอกสารเข้าประเทศปลายทาง
  • กระเป๋าที่ต้องการโหลดใต้เครื่อง

เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสาร ชั่งน้ำหนักกระเป๋า ออกป้ายติดสัมภาระ และมอบ Boarding Pass ให้ผู้โดยสาร

ก่อนออกจากเคาน์เตอร์ ควรตรวจสอบบน Boarding Pass ว่ามีข้อมูลดังนี้

  • ชื่อผู้โดยสาร
  • หมายเลขเที่ยวบิน
  • เมืองปลายทาง
  • เวลา Boarding
  • หมายเลข Gate
  • หมายเลขที่นั่ง

หมายเลขประตูขึ้นเครื่องอาจยังไม่ปรากฏ หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง จึงต้องตรวจสอบจอในสนามบินอีกครั้ง

เช็กอินออนไลน์แล้วต้องไปเคาน์เตอร์หรือไม่?

หากเช็กอินออนไลน์แล้ว ให้แยกเป็น 2 กรณี

กรณีไม่มีสัมภาระโหลด ผู้โดยสารบางเที่ยวบินอาจสามารถใช้ Boarding Pass บนโทรศัพท์หรือฉบับพิมพ์ แล้วไปยังจุดตรวจค้นได้เลย แต่ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสายการบินและประเทศปลายทาง

กรณีมีสัมภาระโหลด ต้องไปยังเคาน์เตอร์ Bag Drop หรือจุดฝากกระเป๋าของสายการบิน แม้จะเช็กอินออนไลน์เรียบร้อยแล้ว

เที่ยวบินระหว่างประเทศบางเส้นทางยังอาจต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจหนังสือเดินทาง วีซ่า หรือเอกสารเข้าเมืองก่อนออก Boarding Pass ฉบับสมบูรณ์

เช็กอินด้วยตนเองและฝากกระเป๋าอัตโนมัติ

สนามบินมีเครื่อง Common Use Self Service หรือ CUSS และจุดฝากกระเป๋าอัตโนมัติ CUBD สำหรับสายการบินที่รองรับ แต่เวลาเปิดใช้งานและสายการบินที่ใช้บริการได้อาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบกับสายการบินก่อน

ขั้นตอนโดยทั่วไป ได้แก่

  1. เลือกสายการบิน
  2. สแกนหนังสือเดินทางหรือกรอกรหัสการจอง
  3. ยืนยันข้อมูลผู้โดยสาร
  4. เลือกหรือยืนยันที่นั่ง
  5. รับ Boarding Pass
  6. พิมพ์ป้ายสัมภาระ หากระบบรองรับ
  7. นำกระเป๋าไปยังจุด Self Bag Drop

ผู้ที่ใช้งานไม่เป็นสามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่บริเวณเครื่องได้

กระเป๋าโหลดและกระเป๋าถือต่างกันอย่างไร?

กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง

กระเป๋าโหลดคือสัมภาระที่ส่งให้สายการบินบริเวณเคาน์เตอร์เช็กอิน กระเป๋าจะถูกลำเลียงไปใต้ท้องเครื่อง และรับคืนที่สายพานกระเป๋าเมื่อถึงปลายทาง

น้ำหนักที่อนุญาตขึ้นอยู่กับสายการบิน ชั้นโดยสาร และแพ็กเกจตั๋ว บางตั๋วอาจไม่รวมกระเป๋าโหลด จึงควรตรวจสอบก่อนเดินทาง

ไม่ควรใส่สิ่งต่อไปนี้ในกระเป๋าโหลด

  • หนังสือเดินทาง
  • เงินสด
  • เอกสารสำคัญ
  • ยาที่ต้องใช้ระหว่างเดินทาง
  • โทรศัพท์มือถือ
  • คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
  • พาวเวอร์แบงก์และแบตเตอรี่สำรอง

กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง

กระเป๋าถือคือสัมภาระที่นำผ่านจุดตรวจค้นและนำติดตัวขึ้นห้องโดยสาร

เว็บไซต์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแสดงแนวทางกระเป๋าถือขนาดไม่เกิน 56 × 40 × 23 เซนติเมตร และน้ำหนักสูงสุด 7 กิโลกรัมในคู่มือขั้นตอนผู้โดยสารขาออก อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดจริงของแต่ละสายการบินอาจแตกต่างกัน จึงต้องยึดเงื่อนไขของสายการบินที่เดินทางเป็นหลัก

ของเหลวขึ้นเครื่องได้หรือไม่?

ของเหลว สเปรย์ และเจลในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการตรวจค้น

แนวทางที่สนามบินเผยแพร่ระบุว่า

  • ภาชนะแต่ละชิ้นต้องมีความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร
  • ควรรวมภาชนะไว้ในถุงพลาสติกใสแบบเปิดปิดได้
  • ถุงมีความจุรวมไม่เกิน 1 ลิตร
  • ผู้โดยสารหนึ่งคนใช้ถุงได้หนึ่งใบ
  • ควรแยกถุงออกจากกระเป๋าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้สะดวก

แม้ของเหลวในขวดจะเหลือน้อย แต่หากตัวภาชนะระบุความจุเกิน 100 มิลลิลิตร อาจไม่ผ่านข้อกำหนด จึงควรแบ่งใส่ภาชนะขนาดเหมาะสม

ยาประจำตัว อาหารทารก และของเหลวที่มีเหตุผลทางการแพทย์อาจได้รับข้อยกเว้นตามเงื่อนไข แต่ควรเตรียมเอกสารและแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจค้น

พาวเวอร์แบงก์ใส่กระเป๋าไหน?

พาวเวอร์แบงก์และแบตเตอรี่สำรองไม่ควรใส่ในกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง ต้องพกไว้ในกระเป๋าถือและปฏิบัติตามข้อจำกัดด้านความจุของสายการบินและหน่วยงานการบิน

ก่อนเดินทางควรตรวจสอบค่าความจุที่ระบุบนอุปกรณ์ให้มองเห็นได้ชัด หากฉลากเลือนหรือไม่สามารถตรวจสอบความจุได้ อาจเกิดปัญหาในขั้นตอนตรวจค้น

เก็บใบรับกระเป๋าไว้จนจบทริป

หลังฝากกระเป๋า เจ้าหน้าที่จะให้ใบรับสัมภาระหรือ Baggage Tag Receipt ซึ่งอาจติดอยู่ด้านหลัง Boarding Pass หรือมอบเป็นสติกเกอร์แยก

ควรเก็บใบนี้ไว้จนได้รับกระเป๋าที่ปลายทาง เพราะใช้ตรวจสอบหมายเลขสัมภาระหากกระเป๋าล่าช้า สูญหาย หรือถูกส่งไปผิดปลายทาง

ขั้นตอนที่ 2 ผ่านจุดตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย

หลังเช็กอินเรียบร้อย ให้เดินตามป้าย Security Check หรือจุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออก

ผู้โดยสารต้องเตรียม Boarding Pass และเอกสารประจำตัวฉบับจริงเพื่อผ่านการตรวจสอบ จากนั้นนำสัมภาระติดตัวใส่ถาดและผ่านเครื่องตรวจตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่

ก่อนถึงคิว ควรเตรียมตัวดังนี้

  • นำของออกจากกระเป๋ากางเกง
  • ถอดเข็มขัดหรือเสื้อคลุมเมื่อเจ้าหน้าที่แจ้ง
  • แยกคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตามคำแนะนำ
  • แยกถุงของเหลวออกมา
  • นำกระเป๋าและของใช้ใส่ถาด
  • เดินผ่านเครื่องตรวจร่างกาย
  • เก็บของให้ครบก่อนออกจากพื้นที่

ไม่ควรรีบเก็บของจนลืมโทรศัพท์ หนังสือเดินทาง กระเป๋าสตางค์ หรือคอมพิวเตอร์ไว้ในถาด

ขั้นตอนที่ 3 ผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทาง

ขั้นตอนนี้ใช้สำหรับผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างประเทศ หลังผ่านจุดตรวจค้นให้เดินตามป้าย Passport Control หรือ Immigration

ผู้โดยสารควรเตรียม

  • หนังสือเดินทาง
  • Boarding Pass
  • เอกสาร Re-entry Permit หากเกี่ยวข้อง
  • เอกสารอื่นตามสถานะการเดินทาง

คู่มือผู้โดยสารขาออกของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระบุ Passport Control เป็นขั้นตอนสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ และมีช่องทาง Automatic Border Control สำหรับผู้โดยสารตามระบบที่เปิดให้ใช้งาน

เมื่อผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทางแล้ว ผู้โดยสารจะเข้าสู่พื้นที่ผู้โดยสารระหว่างประเทศ ไม่ควรย้อนกลับออกไปโดยไม่มีเหตุจำเป็น

ระบบสแกนใบหน้าหรือ Biometrics คืออะไร?

สนามบินสุวรรณภูมิมีระบบ Biometrics เพื่อช่วยยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าในบางขั้นตอน

กระบวนการประกอบด้วยการลงทะเบียนใบหน้าด้วยบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง การยืนยันตัวตนบริเวณจุดตรวจ และการตรวจผ่านบริเวณประตูขึ้นเครื่องในจุดที่รองรับ ปัจจุบันสนามบินระบุว่ามีการใช้ระบบกับเที่ยวบินภายในประเทศ และเพิ่มจุดลงทะเบียนสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศด้วย

แม้ลงทะเบียนระบบสแกนใบหน้าแล้ว ผู้โดยสารควรพกเอกสารประจำตัวและ Boarding Pass ติดตัวตลอดการเดินทาง เพราะอาจต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่หรือสายการบิน

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบ Gate และเดินไปประตูขึ้นเครื่อง

เมื่อผ่านขั้นตอนทั้งหมดแล้ว ให้ตรวจสอบหมายเลข Gate จาก Boarding Pass และจอแสดงเที่ยวบินอีกครั้ง

สนามบินสุวรรณภูมิมีพื้นที่กว้าง บางประตูอยู่ห่างจากจุดตรวจและต้องใช้เวลาเดินค่อนข้างมาก ส่วนเที่ยวบินที่ใช้ประตูในอาคารเทียบเครื่องบินรอง SAT-1 อาจต้องเดินตามป้ายและใช้ระบบรถไฟภายในสนามบิน

อย่าใช้หมายเลข Gate บน Boarding Pass เพียงอย่างเดียว เพราะสายการบินสามารถเปลี่ยนประตูขึ้นเครื่องได้ ควรตรวจสอบจอเป็นระยะและฟังประกาศ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแนะนำให้ผู้โดยสารไปถึงประตูขึ้นเครื่องอย่างน้อย 45 นาทีก่อน Boarding ตามข้อมูลคู่มือขาออกของสนามบิน

Boarding Time กับ Departure Time ต่างกันอย่างไร?

มือใหม่มักสับสนระหว่างสองเวลานี้

Boarding Time

เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ผู้โดยสารควรอยู่บริเวณ Gate ก่อนถึงเวลานี้

Departure Time

เวลาที่เที่ยวบินมีกำหนดออกเดินทาง ไม่ใช่เวลาที่ผู้โดยสารเพิ่งไปถึง Gate

ประตูขึ้นเครื่องจะปิดก่อนเวลาเครื่องออก หากไปถึงหลังปิด Gate แม้เครื่องบินยังจอดอยู่ ผู้โดยสารอาจถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องได้

เมื่อถึง Gate ต้องทำอะไร?

เมื่อถึงประตูขึ้นเครื่อง ให้ตรวจสอบข้อมูลบนจอหน้าประตูว่าเป็นเที่ยวบินของตนเอง โดยดูหมายเลขเที่ยวบิน เมืองปลายทาง และเวลาออก

จากนั้นเตรียม

  • Boarding Pass
  • บัตรประชาชนสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ
  • หนังสือเดินทางสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
  • เอกสารเพิ่มเติมที่สายการบินร้องขอ

สายการบินอาจเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องตามลำดับ เช่น

  • ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือ
  • ครอบครัวที่เดินทางกับเด็กเล็ก
  • ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ
  • สมาชิกตามระดับสิทธิ์
  • หมายเลขโซนหรือแถวที่นั่ง

ควรรอเรียกตามลำดับ ไม่จำเป็นต้องยืนต่อแถวตั้งแต่ก่อนประกาศ Boarding

ถ้า Gate อยู่ที่ SAT-1 ต้องทำอย่างไร?

เที่ยวบินบางเที่ยวใช้ประตู S101–S128 ในอาคาร SAT-1 ผู้โดยสารต้องเดินตามป้ายไปยังระบบรถไฟ Automated People Mover หรือ APM ภายในสนามบิน จากนั้นเดินต่อไปยัง Gate

ข้อมูลของสนามบินระบุว่าผู้โดยสารที่ไป SAT-1 ต้องใช้รถไฟ APM ไปยังอาคารเทียบเครื่องบินรอง แล้วขึ้นไปยังพื้นที่ขาออกและเดินต่อไปยังประตูขึ้นเครื่อง จึงควรเผื่อเวลาและไม่แวะซื้อสินค้านานเกินไปก่อนเดินทางไป Gate

เดินทางกับกรุ๊ปทัวร์ต้องทำอย่างไร?

ผู้โดยสารที่เดินทางกับบริษัททัวร์ควรยึดเวลานัดหมายของหัวหน้าทัวร์เป็นหลัก แม้เวลานัดจะเร็วกว่าที่คาด เพราะหัวหน้าทัวร์ต้องใช้เวลาในการ

  • ตรวจรายชื่อสมาชิก
  • แจกเอกสาร
  • ตรวจหนังสือเดินทาง
  • ชี้แจงสัมภาระ
  • จัดคิวเช็กอิน
  • แก้ปัญหาชื่อหรือเอกสาร
  • นัดหมายหลังผ่านจุดตรวจ

เมื่อได้รับ Passport หรือ Boarding Pass คืน ควรตรวจชื่อ เที่ยวบิน Gate และเวลาขึ้นเครื่องด้วยตัวเอง ไม่ควรฝากเอกสารสำคัญไว้กับบุคคลอื่นหลังจบขั้นตอนที่จำเป็น

เดินทางกับเด็กหรือผู้สูงอายุควรเตรียมอะไร?

ควรเผื่อเวลามากกว่าปกติและลดสัมภาระถือขึ้นเครื่องให้น้อยที่สุด

สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่

  • ยาประจำตัว
  • เอกสารทางการแพทย์
  • อาหารหรือของใช้จำเป็น
  • เสื้อคลุม
  • รถเข็นเด็กตามเงื่อนไขสายการบิน
  • บริการรถเข็นสำหรับผู้โดยสารที่เดินไกลไม่สะดวก

สนามบินมี Priority Lane สำหรับผู้โดยสารบางกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุอายุ 70 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ ผู้เดินทางพร้อมทารก และผู้พิการ ตามรายละเอียดในคู่มือผู้โดยสารของสนามบิน

หากต้องใช้รถเข็นหรือบริการช่วยเหลือ ควรแจ้งสายการบินตั้งแต่ก่อนวันเดินทาง เพราะบริการบางประเภทต้องจองล่วงหน้า

ขอคืนภาษี VAT Refund ต้องทำก่อนหรือหลังเช็กอิน?

นักท่องเที่ยวที่มีสิทธิ์ขอคืนภาษีควรตรวจสอบว่าต้องนำสินค้าไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อนฝากกระเป๋าหรือไม่

ข้อมูลท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระบุว่า หากสินค้าที่ใช้ขอคืนภาษีมีมูลค่ารวมตั้งแต่ 20,000 บาทต่อคน ต้องนำสินค้า แบบคำร้อง ภ.พ.10 และใบกำกับภาษีฉบับจริงไปให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบก่อนเช็กอินกระเป๋าที่บรรจุสินค้า

หากสินค้าอยู่ในกระเป๋าโหลดแล้ว อาจไม่สามารถนำกลับมาแสดงได้ จึงควรศึกษาขั้นตอนก่อนฝากสัมภาระ

หากเที่ยวบินล่าช้าหรือเปลี่ยน Gate ต้องทำอย่างไร?

ให้ตรวจสอบจากหลายช่องทาง ได้แก่

  • จอแสดงเที่ยวบิน
  • แอปหรือเว็บไซต์ของสายการบิน
  • เว็บไซต์สถานะเที่ยวบินของสนามบิน
  • ข้อความหรืออีเมลจากสายการบิน
  • ประกาศบริเวณ Gate

หากสถานะเปลี่ยนเป็น Gate Open หมายความว่าพื้นที่ Gate เปิดให้ผู้โดยสารเข้าไปรอ ส่วนสถานะ Check-in Closed หมายถึงเคาน์เตอร์เช็กอินปิดแล้ว และผู้โดยสารที่ยังไม่ได้เช็กอินอาจไม่สามารถเดินทางในเที่ยวบินนั้นได้

หากหลงทางในสนามบินควรทำอย่างไร?

ให้หยุดและตรวจสอบป้ายก่อน ไม่ควรเดินต่อไปโดยเดาเส้นทาง

สามารถขอความช่วยเหลือได้จาก

  • เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
  • เจ้าหน้าที่สนามบิน
  • เจ้าหน้าที่สายการบิน
  • เจ้าหน้าที่บริเวณจุดตรวจ
  • AOT Contact Center หมายเลข 1722

เว็บไซต์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระบุหมายเลขโทรศัพท์สนามบิน +66 2 132 1888 และ AOT Contact Center 1722

เช็กลิสต์ก่อนออกจากเคาน์เตอร์เช็กอิน

หลังเช็กอินแล้ว ควรตรวจสอบให้ครบดังนี้

  • ได้รับ Boarding Pass แล้ว
  • ชื่อบน Boarding Pass ถูกต้อง
  • หมายเลขเที่ยวบินถูกต้อง
  • กระเป๋าถูกติดป้ายไปยังปลายทางที่ถูกต้อง
  • เก็บใบรับสัมภาระแล้ว
  • ทราบเวลา Boarding
  • ทราบ Gate หรือรู้ว่าต้องตรวจสอบอีกครั้ง
  • หนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนอยู่กับตัว
  • เอกสารสำคัญไม่ได้ใส่ไว้ในกระเป๋าโหลด

เช็กลิสต์ก่อนผ่านจุดตรวจค้น

  • ไม่มีขวดของเหลวเกินข้อกำหนด
  • แยกถุงของเหลวไว้แล้ว
  • พาวเวอร์แบงก์อยู่ในกระเป๋าถือ
  • ไม่มีสิ่งของต้องห้าม
  • เตรียม Boarding Pass
  • เตรียมบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
  • ไม่ใส่ของสำคัญไว้ในถาดโดยไม่สังเกต

เช็กลิสต์ก่อนขึ้นเครื่อง

  • ตรวจสอบหมายเลขเที่ยวบิน
  • ตรวจสอบเมืองปลายทาง
  • ตรวจสอบ Gate ล่าสุดจากจอ
  • ไปถึง Gate ก่อน Boarding
  • เตรียม Boarding Pass
  • เตรียมเอกสารประจำตัว
  • ปิดเสียงหรือเก็บอุปกรณ์ตามคำแนะนำ
  • แยกของที่ต้องใช้บนเครื่องไว้หยิบง่าย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิ

สนามบินสุวรรณภูมิเช็กอินที่ชั้นไหน?

ผู้โดยสารขาออกควรไปยังพื้นที่ผู้โดยสารขาออกและตรวจสอบแถวเคาน์เตอร์จากจอแสดงเที่ยวบิน เนื่องจากเคาน์เตอร์ของแต่ละสายการบินและแต่ละเที่ยวบินอาจเปลี่ยนแปลงได้

เช็กอินออนไลน์แล้วไปถึงสนามบินทำอะไรต่อ?

หากมีกระเป๋าโหลด ให้ไปที่เคาน์เตอร์ Bag Drop ของสายการบิน หากไม่มีกระเป๋าโหลด อาจไปยังจุดตรวจค้นได้เลยเมื่อ Boarding Pass และเอกสารครบ แต่ควรตรวจเงื่อนไขของสายการบินก่อน

Boarding Pass อยู่ในโทรศัพท์ได้ไหม?

หลายสายการบินรองรับ Mobile Boarding Pass แต่บางเที่ยวบินหรือบางประเทศอาจต้องใช้เอกสารฉบับพิมพ์หรือให้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารเพิ่มเติม ควรตรวจสอบกับสายการบินที่เดินทาง

ไปถึง Gate ก่อนกี่นาที?

สนามบินแนะนำให้ไปถึง Gate อย่างน้อย 45 นาทีก่อน Boarding และควรเผื่อเวลามากขึ้นหาก Gate อยู่ไกลหรืออยู่ที่ SAT-1

ถ้าไปผิดสนามบินทำอย่างไร?

ให้ติดต่อสายการบินทันทีเพื่อประเมินว่ายังสามารถเดินทางไปสนามบินที่ถูกต้องได้ทันหรือไม่ ไม่ควรรอจนใกล้เวลาปิดเช็กอิน เพราะการเดินทางระหว่างสุวรรณภูมิและดอนเมืองใช้เวลาและขึ้นอยู่กับการจราจร

กระเป๋าเกินน้ำหนักทำอย่างไร?

ผู้โดยสารอาจต้องจัดกระเป๋าใหม่ ซื้อสัมภาระเพิ่ม หรือชำระค่ากระเป๋าเกินตามอัตราของสายการบิน การซื้อสัมภาระล่วงหน้ามักสะดวกกว่าการแก้ไขหน้าเคาน์เตอร์ แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของตั๋วแต่ละประเภท

หลังผ่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วออกมาได้ไหม?

โดยทั่วไปไม่ควรผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทางจนกว่าจะแน่ใจว่าทำธุระด้านนอกครบแล้ว เช่น พบสมาชิกในกลุ่ม ขอคืนภาษีขั้นต้น หรือจัดการสัมภาระ เพราะการย้อนกลับออกมาอาจมีขั้นตอนและข้อจำกัด

สรุปคู่มือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสำหรับมือใหม่

การขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด หากจำลำดับหลักให้ได้ คือ

ตรวจเที่ยวบิน → เช็กอิน → ฝากกระเป๋า → ตรวจค้น → ตรวจหนังสือเดินทาง → ตรวจ Gate → รอขึ้นเครื่อง

สิ่งสำคัญที่สุดคือมาถึงสนามบินก่อนเวลา เตรียมเอกสารให้ครบ อ่านหมายเลขเที่ยวบินแทนการดูเฉพาะชื่อเมือง และตรวจสอบ Gate จากจออีกครั้งก่อนขึ้นเครื่อง

สำหรับผู้เดินทางกับทัวร์ ควรไปถึงจุดนัดหมายตามเวลาที่บริษัททัวร์กำหนด ส่วนผู้เดินทางด้วยตัวเองควรศึกษาข้อกำหนดของสายการบิน ประเทศปลายทาง และสัมภาระก่อนออกจากบ้าน เพียงเท่านี้การเดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิครั้งแรกก็จะสะดวกและลดโอกาสพลาดเที่ยวบินได้มากขึ้น

ทัก LINE โทรหาเรา